November 24, 2020

โพลล์หนุน‘บิ๊กตู่’อยู่ต่อ เดินหน้าคนละครึ่งเฟส2 ปลื้มแก้‘ปากท้อง’ได้จริง

ผอ.ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจความเห็นประชาชนต่อโครงการ “คนละครึ่ง” ได้ใจคนรายได้น้อยและทุกกลุ่มรายได้ ทุกเพศทุกวัยมากกว่าร้อยละ 90 เป็นแรงสนับสนุนให้“บิ๊กตู่” บริหารประเทศต่อไป เพื่อทำโครงการดีๆ แบบนี้ออกมาต่อเนื่อง เพราะแก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้ตรงจุดถามความเป็นไปได้ถ้าจัดเลือกตั้งวันนี้ พรรค “พปชร.’กวาดคะแนนมาที่หนึ่งแน่นอน

โพลล์หนุน‘บิ๊กตู่’อยู่ต่อ เดินหน้าคนละครึ่งเฟส2 ปลื้มแก้‘ปากท้อง’ได้จริง

เมื่อวันที่ 15พฤศจิกายน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจความคิดเห็นของประชาต่อที่มีต่อโครงการคนละครึ่งของรัฐบาล ในประเด็นคนละครึ่ง พึ่งได้ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวน 1,121 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 11-14 พฤศจิกายน

โดยประเด็นที่สอบถามประชาชนถึงความเห็นเกี่ยวกับ โครงการ คนละครึ่ง พบว่า ส่วนใหญ่มากถึงร้อยละ 93.6 ระบุ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เจ้าของร้านค้า รายย่อย พึ่งได้ รองลงมาร้อยละ 90.6 ระบุ คนคิด ออกแบบโครงการ คนละครึ่ง เก่ง ร้อยละ 89.8 ระบุ เดินตลาดเห็นคนจับจ่ายใช้สอย มีความสุข รักประเทศไทย รักรัฐบาลมากขึ้น ร้อยละ89.8 ระบุ โครงการคนละครึ่ง ทำประชาชนคุ้นเคยใช้แอพพลิเคชั่น และดิจิทัลมากขึ้น ร้อยละ 89.6 ระบุ รัฐบาลควรจัดให้มีโครงการอีกช่วงปีใหม่ เพื่อขยายโอกาสให้ชาวบ้านและบริษัทร้านค้ามากขึ้น นอกจากนี้ ร้อยละ 89.3 เห็นว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดความเดือดร้อน ประชาชนพึ่งได้ และร้อยละ 85.8 ระบุช่วยทำให้ประชาชนมีวินัยในการออมและใช้จ่ายเงิน

ผลสำรวจความเห็นของซูเปอร์โพลยังพบประเด็นที่น่าสนใจอีกว่า ทั้งกลุ่มเยาวชนและไม่ใช่เยาวชนส่วนใหญ่สนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาอยู่ต่อ ถ้ามีโครงการช่วยเหลือประชาชนแบบนี้ออกมาต่อเนื่องส่วนใหญ่มากถึงร้อยละ 90.5 ของกลุ่มเยาวชน และรองลงมาในกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่เยาวชนร้อยละ 89.8 สนับสนุนรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ต่อ ถ้ามีโครงการช่วยเหลือประชาชนแบบนี้ออกมาต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับ กลุ่มประชาชนทุกกลุ่มรายได้ เงินเดือนส่วนใหญ่สนับสนุนรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาอยู่ต่อ ถ้ามีโครงการช่วยเหลือประชาชนแบบนี้ออกมาต่อเนื่อง โดยร้อยละ 88.0 ของคนที่มีรายได้เงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท ร้อยละ 91.7 ของคนที่มีรายได้เงินเดือนระหว่าง 15,000-30,000 บาท และส่วนใหญ่ร้อยละ 83.5 ของคนที่มีรายได้เงินเดือนเกิน 30,000 บาทขึ้นไปสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ต่อ ถ้ามีโครงการช่วยเหลือประชาชนแบบนี้ออกมาต่อเนื่อง

ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพลระบุด้วยว่า จากการสอบถามความเห็น ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง จะเลือกพรรคการเมืองใด เปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังโครงการคนละครึ่ง พบประเด็นที่น่าสนใจว่า คนจะเลือกพรรคพลังประชารัฐเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 10.9 ก่อนโครงการคนละครึ่ง มาอยู่ที่ร้อยละ 27.7 หลังโครงการ คนละครึ่ง ขณะที่ คนจะเลือกพรรคร่วมรัฐบาลไม่แตกต่างกันคือ ร้อยละ 5.7 ก่อนโครงการฯ และร้อยละ 5.8 หลังโครงการฯ ที่น่าเป็นห่วงคือ คนจะเลือกพรรคเพื่อไทยลดลงจากร้อยละ 9.3 ก่อนโครงการฯ มาอยู่ที่ร้อยละ 2.5 หลังโครงการฯ และพรรคก้าวไกล (อนาคตใหม่เดิม) ลดลงจากร้อยละ 13.0 ก่อนโครงการฯ มาอยู่ที่ร้อยละ 2.1 หลังโครงการฯ ขณะที่คนจะเลือกพรรคอะไรก็ได้ที่เป็นการเมืองใหม่แท้จริง ลดลงจากร้อยละ 59.6 มาอยู่ที่ร้อยละ 16.8 แต่คนที่ตอบอื่นๆ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.5 มาอยู่ที่ร้อยละ 45.1

“ผลโพลครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า โครงการ คนละครึ่ง ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชากำลังได้ใจกลุ่มคนรายได้น้อยและคนที่เริ่มทำงานระยะแรกของชีวิต และยังได้ใจกลุ่มเยาวชนและผู้ไม่ใช่เยาวชนอีกด้วย เพราะเป็นการตอบโจทย์ตรงเป้าอย่างหนึ่งของประชาชน ที่กำลังรอการช่วยเหลือลดความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนในเรื่องปากท้องที่ต้องมาอันดับแรก” ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าว

และว่าโครงการ คนละครึ่ง กำลังเป็นที่นิยมของประชาชนและเกิดผลกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ประชาชนทั่วไป ร้านค้ารายย่อย ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ขึ้นไป พึ่งได้ ส่งผลทำให้ฐานสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่มสูงขึ้นและส่งผลทำให้ถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ จะกลายเป็นพรรคอันดับหนึ่งมากกว่าพรรคอื่น ที่อาจเป็นเพราะเกี่ยวข้องกับเหตุปัจจัยที่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เล็งเห็น ว่าเป็นพรรคที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ซ้ำเติมเศรษฐกิจ ซ้ำเติมวิกฤตโควิด-19 และซ้ำเติมความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชน

ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวด้วยว่า ลอย่างไรก็ตาม ข้อควรปรับปรุงในโครงการ คนละครึ่งคือ ควรขยายเวลาออกไปอีกทำต่อเนื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ ควรมีระบบให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมงอาจใช้ทั้ง คนจริง หรือ มนุษย์บอต (Bot) คอยตอบคำถาม ช่วยเหลือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในลักษณะLive Chat ให้ประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการ ร้านค้ารายย่อย เพื่อเสริมความพึงพอใจได้มากขึ้น

ขอขอบคุณ : แนวหน้า