November 25, 2020

บิ๊กตู่ ลั่นนำปท.สู่อนาคตที่ดี เชื่อคนไทยรักชาติ ต้องไม่ทำลายอดีตอันมีคุณค่า

บิ๊กตู่ ลั่นนำปท.สู่อนาคตที่ดี เชื่อคนไทยรักชาติ ต้องไม่ทำลายอดีตอันมีคุณค่า

‘บิ๊กตู่’ลั่นนำปท.สู่อนาคตที่ดี เชื่อคนไทยรักชาติ ต้องไม่ทำลายอดีตอันมีคุณค่า

“สมพงษ์ อมรวิวัฒน์”หน.เพื่อไทย จี้นายกฯลาออก เร่งปล่อยแกนนำม็อบ ฉะญัตติอภิปรายเติมความร้าวฉานในสังคม ด้าน“บิ๊กตู่”รับปากพร้อมเดินหน้าสู่อนาคต ต้องไม่ลืมรากเหง้า-อดีตอันมีคุณค่า ยันดูแลม็อบดีที่สุด ยึด กม.ผ่อนปรน-อะลุ้มอล่วย แจงใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินป้องกันเกิดจลาจล ยันหนุนแก้ รธน.เต็มที่ คาดพิจารณาร่างแก้ไขเสร็จธันวาคมเตรียมส่งร่างพ.ร.บ.ประชามติเข้าสภาสัปดาห์หน้า โต้เรียกร้องให้ลาออก ถ้าเลือกนายกฯใหม่ สว.ต้องร่วมโหวตด้วย
เชื่อคนไทยทุกคนรักชาติ-รากเหง้า ลั่นหาทางแก้ไขนำพาประเทศ

โดยไม่ทำลายอดีต ขณะที่’ไพบูลย์-ชุมพล’หนุนนายกฯอยู่ต่อ ไม่ได้ทุจริต-ไม่ใช่เผด็จการ ซ้ำยังปกป้องเทิดทูนสถาบัน ’จุรินทร์’วอนชักฟืนออกจากไฟ หนุนแก้รธน.ไม่มีเงื่อนไข แนะตั้ง กก.7ฝ่ายหาทางออก‘พรรคก้าวไกล’โยนตำรวจผิด ไม่แจ้งม็อบขวางขบวนเสด็จฯ

เมื่อเวลา 11.20น.วันที่ 26ตุลาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาญัตติขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา165ของรัฐธรรมนูญ โดยมี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯในฐานะประธานรัฐสภา เป็นประธานในการประชุม

ฝ่ายค้านอัดรบ.ไม่ฟังประชาชน

โดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายตอนหนึ่งว่า ญัตติของรัฐบาลไม่สร้างสรรค์ เนื้อหาสาระมีแนวโน้มสร้างความแตกแยกในสังคม ไม่สามารถเป็นทางออกของสังคมไทยได้ สถานการณ์ของประเทศวันนี้ คือ การดื้อรั้นของนายกฯในการต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงที่เน้นแต่การใช้อำนาจนิยม ไม่ได้ก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วมไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน จนนำไปสู่การขยายความรุนแรง หลายปีที่ผ่านมาของรัฐบาลทำให้เกิดความแตกแยกและความเหลื่อมล้ำ เศรษฐกิจทรุดลงจนคาดเดาอนาคตไม่ได้

‘ผมเห็นว่าสภาแห่งนี้ควรเสนอให้รัฐบาลหาข้อสรุปที่เกิดขึ้น ซึ่งอยากเสนอดังนี้ 1.ต้องพิจารณาข้อเสนอของประชาชนและนักศึกษา 2.เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยให้เร็วที่สุด ไม่เตะถ่วงเพื่อดึงให้ล่าช้าและพิจารณาต้นเหตุสำคัญของปัญหา 3.เร่งปลดเงื่อนไขที่เป็นต้นเหตุของวิกฤติ เร่งปล่อยนักศึกษาที่ถูกจับกุมคุมขังและ4.เพื่อขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นและแสดงออกต่อความรับผิดชอบ นายกฯ คือ อุปสรรคสำคัญและเป็นภาระของประเทศ จึงควรลาออก เพื่อให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี’นายสมพงษ์ กล่าว

บิ๊กตู่ยันใช้กม.อลุ้มอหล่วยตลอด

เวลา10.00น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชี้แจงว่า ขณะนี้มีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ครม.จึงมีมติรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา ตามมาตรา165 โดยข้อเท็จจริงดังนี้ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด มีผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทั่วโลก ยังมีสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นทั้งในกทม.และต่างจังหวัด มีการแออัด ประชิดตัวอยู่บ่อยครั้ง ก็อาจมีปัญหาด้านสุขภาพและยังมีปัญหาอุทกภัยที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์เช่นนี้เราต้องระมัดระวังในการเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างไรต่อไป

นายกฯ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ชุมนุมที่มีต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวันที่ 14ตุลาคมที่ผ่านมา เราทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น ตนคงไม่กล่าวในที่นี้และไม่สมควรเกิดขึ้น การชุมนุมมีการพักค้างคืนบ้าง มีการกำหนดเวลาอยู่บ้าง ส่อให้เห็นว่าอาจมีความยืดเยื้อ รัฐบาลเกรงว่าอาจมีความผิดตามพรบ.การชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ.2558 อาจมีผู้ฉวยโอกาสเข้ามาแทรกซึม ทำให้เกิดความวุ่นวาย ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้วก่อนปี2557 รัฐบาลจึงอาศัยอำนาจออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กทม.แต่ต่อมารัฐบาลได้ประกาศยกเลิกสถานการณ์ดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามดูแลสถานการณ์ให้ดีที่สุด มีการใช้กฎหมายทุกประการในลักษณะที่อะลุ้มอะหล่วย ผ่อนผันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการห้ามปราม เตือน หยุดยั้ง ชี้แจงข้อกฎหมายต่างๆ แต่การชุมนุมได้มีการขยายตัวไปอย่างต่อเนื่อง

พรก.ฉุกเฉินสกัดบ้านเมืองจลาจล

“วันนี้มีการชุมนุมเกือบทุกวันใช้เทคโนโลยีทันสมัยอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือ3ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมและข้อเรียกร้องให้ปล่อยผู้ถูกควบคุมตัว ผมทราบดี หลายเรื่องอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอยู่แล้ว หลายครั้งแม้การชุมนุมจะเรียบร้อย แต่มีบางแห่งมีความรุนแรงเกิดขึ้น ปฏิบัติในสิ่งที่ไม่สมควร ผมก็เป็นห่วงตรงนี้ รัฐบาลก็เห็นชอบร่วมกัน จนเกิดการประชุมในวันนี้ เราไม่อยากให้เกิดการปะทะกัน เกิดการจลาจลในบ้านเมือง รัฐบาลพยายามรักษาสิทธิคนไทยทุกคน’พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า

“ผมหวังว่าจะใช้โอกาส2วันนี้ในรัฐสภาปรึกษาหารือ ท่ามกลางสภาวการณ์ที่จะมีการหยิบยกหลายเรื่องขึ้นมาหารือกัน จะต้องรวบรวมสติปัญญาทั้งหมดที่มี ความคิด ความสามารถและหัวใจทุกคน รวมทั้งเลือดรักชาติทุกหยดในตัวของพวกเรา ร่วมกันคิดทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ทำให้ประเทศเดินหน้าไปอย่างแข็งแรง มั่นคง ยั่งยืน ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์กับคนไทยในระยะยาว เพื่อนำพาประเทศไปพร้อมกับอนาคตที่ดี แต่ต้องปกป้องอดีตอันมีคุณค่าไว้ด้วย รัฐบาลจึงเห็นสมควรฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา หากสมาชิกรัฐสภามีข้อเสนอใดที่นำมาปฏิบัติได้ เป็นประโยชน์ และไม่ก่อให้เกิดปัญหาใหม่แทรกซ้อนตามมา รัฐบาลจะรับไปพิจารณาดำเนินการต่อ ผมเชื่อว่าพื้นฐานสังคมไทยคือการเป็นห่วงใยซึ่งกันและกัน เมื่อเราทำแบบนั้นได้ การเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวเดียวกันครอบครัวประเทศไทย แม้จะไม่เห็นด้วยกันบ้าง แต่เรายังจะรักกันได้ตลอดไป” นายกฯ กล่าว

พท.จี้นายกฯไขก๊อกต้นตอปัญหา

เวลา 10.22น.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.)อภิปรายว่า การเปิดอภิปรายครั้งนี้เป็นความตั้งใจของพรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้าน เพราะเหตุว่ามีปัญหาเร่งด่วนที่รัฐสภาต้องหาทางออก รัฐบาลบอกว่าปัญหามาจากการชุมนุม ซึ่งตนรู้สึกผิดหวัง เพราะรัฐบาลมองว่าตัวเองไม่มีความผิด แต่โยนความผิดให้ผู้ชุมนุม ทั้งที่รัฐบาลไม่เคยทำอะไรเลย แม้แต่การเจรจาต่อผู้ชุมนุม นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นต้นตอของปัญหาที่นายกฯไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะมีส่วนโดยตรงในการจัดทำและกำหนดเนื้อหา ปัญหาทั้งหมดจึงมาจากนายกฯตั้งแต่ที่ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อรัฐธรรมนูญมีปัญหาจึงมีการเรียกร้อง แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้านได้รับคือ การเยาะเย้ยถากถ่าง เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องในประเด็นนี้ รัฐบาลกลับไม่สนใจเพราะคาดการณ์ผิดและมองว่า กลุ่มผู้ชุมนุมไม่อาจรวมตัวได้ จึงไม่ได้ให้ราคา แต่เมื่อมีการรวมตัวกันได้ มีจำนวนมากขึ้น รัฐบาลเกรงว่าภัยจะถึงตัว จึงทำโดยเลี่ยงไม่ได้ การลาออกของพล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผ่านมา ถ้าเลือกหนทางยุบสภาผลาคือ แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้และเพิ่มความขัดแย้ง ดังนั้นนายกฯต้องเสียสละเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป

‘ไพบูลย์’ลั่น’บิ๊กตู่’ต้องอยู่ต่อ

เวลา10.45น.นายไพบูลย์ นิติตะวัน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายว่า การชุมนุมที่มีการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์มีมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งวันที่ 14ตุลาคมที่ผ่านมา ถึงขนาดกระทำการขัดขวางรุมล้อมตะโกนด้วยถ้อยคำหยาบคายใส่ขบวนเสด็จ ตนขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในตำแหน่งทำหน้าที่ปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ต่อไป อย่าลาออกตามฝ่ายที่เรียกร้อง ซึ่งมีคนเพียงไม่กี่หมื่นคน ท่านต้องคำนึงถึงเสียงประชาชน 8.4ล้านคน ที่เลือกท่านมาเป็นนายกฯ

แนะทำประชามติถามปชช.ก่อน

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า การชุมนุมครั้งนี้นักการเมืองใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือแย่งชิงอำนาจ ตนขอประณามนักการเมืองที่แอบข้างหลังเยาวชน ส่วนข้อเรียกร้องให้ยุบสภา หากนายกฯทำแบบนั้นจะมีผลเสียหายโดยรวม จึงเสนอให้ใช้ออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญมาตรา166และอาจตราเป็นพระราชกำหนด (พรก.)ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ก็ได้ มั่นใจว่าประชาชนเสียงข้างมากกว่า 90เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมที่จาบจ้วงสถาบัน แต่ไม่ว่าจะออกเสียงประชามติหรือไม่ แกนนำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันย่อมไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน ในที่สุดจะพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ขอให้ประชาชนอีกกว่า 60ล้านคน ออกมาพิทักษ์ รักษาชาติ ศาสนาและสถาบัน ให้จงได้

‘ชุมพล’ชี้บิ๊กตู่ไม่ผิด-ไม่ลาออก

เวลา 13.35น.นายชุมพล จุลใส สส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ไม่เห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯทำอะไรผิด ท่านได้รับเลือกจากรัฐสภาเป็นนายกฯด้วยเสียงข้างมาก ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและช่วง2ปีที่ผ่านมาก็ไม่มีการใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงรังแกประชาชนหรือทำตัวเผด็จการ ขณะเดียวกัน สภาไม่ได้เป็นเผด็จการรัฐสภา ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ผ่อนปรนและสนับสนุน รวมทั้งไม่ปรากฏว่า นายกฯปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นและสามารถแก้ไขปัญหาใหญ่ๆได้ ดังนั้นสมาชิกรัฐสภาควรคิดหาลู่ทางสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาให้ประชาชน ส่วนข้อเรียกร้อง 3ข้อของกลุ่มผู้ชุมนุมโดยข้อ 1.ที่ให้ลาออกตนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต้องลาออก 2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้รัฐสภากำลังดำเนินการและ3.ให้ปฏิรูปสถาบัน ตนไม่ยินยอมและไม่เห็นด้วย เพราะคนไทยทั้งประเทศเห็นตรงกันว่า อย่าเอาเรื่องนี้มาวิพากษ์วิจารณ์โดยเด็ดขาด สถาบันกษัตริย์ไม่ใช่ปัญหาของประเทศ

‘จุรินทร์’เสนอวิป3ฝ่ายถกทางออก

เวลา 11.20น.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)และรมว.พาณิชย์ อภิปรายว่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกันลดเงื่อนไขที่เป็นปมแห่งความขัดแย้ง ต้องช่วยกันชักฟืนออกจากกองไฟ ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ควรนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่1ทันทีที่สามารถทำได้และไม่ควรมีเงื่อนไขใดๆ เพิ่มเติมจนสังคมเข้าใจว่า เป็นการยื้อเวลา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้ทำประชามติหลังรัฐธรรมนูญผ่านรัฐสภาและก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ เท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องทำประชามติเพิ่มเติมก่อนรับหลักการในวาระที่1 ตนขอเสนอให้วิป 3ฝ่าย ทั้งวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านและวิปวุฒิสภา หาคำตอบร่วมกันว่า จะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยพิจารณา 6ร่างที่บรรจุในวาระไปก่อน หรือรอร่างของไอลอว์ที่ได้ชื่อว่า เป็นร่างของประชาชน เป็นโจทย์ที่วิป 3ฝ่าย ควรหาทางร่วมกัน เพื่อทำให้การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความราบรื่น

แนะตั้งกก.7ฝ่ายสะสางปัญหา

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า การพิจารณาวันนี้ควรมีข้อยุติและมีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมเพื่อนำสู่ทางออกของประเทศ อยากเห็นการตั้งคณะกรรมการ7ฝ่ายขึ้นมา ถือหลัก 3ข้อคือ 1.องค์ประกอบนั้นต้องมีผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้แทนของรัฐบาล สส.รัฐบาล สส.ฝ่ายค้าน วุฒิสภา ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ฝ่ายที่เห็นต่างกับผู้ชุมนุมและฝ่ายอื่นๆ เช่น ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นต้น 2.ให้คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ในการแสวงหาคำตอบที่เป็นทางออกที่เป็นรูปธรรมให้กับประเทศ เน้นรูปแบบการจับเข่าคุยกันอย่างสร้างสรรค์และ3.ขอให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ซึ่งถ้าหากทำได้ อย่างน้อยที่สุดสถานการณ์บ้านเมืองจะคลี่คลายไปได้ระดับหนึ่ง เพื่อให้คนทั้งประเทศเห็นแสงสว่างแห่งความหวังถูกจุดขึ้นตรงปลายอุโมงค์โดยรัฐสภา

‘ก้าวไกล’ซัดตร.ผิดขวางขบวน

เวลา 14.05น.น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สส.นครปฐม พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เหตุการณ์ที่สะพานชมัยมรุเชษฐ เมื่อวันที่ 14ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมไม่มีเจตนาขัดขวางขบวนเสด็จ แต่เกิดจากการผิดพลาดในการจัดเส้นทางและความผิดพลาดนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ ประชาชนและนักศึกษาไม่ทราบล่วงหน้าว่า มีขบวนเสด็จ ผู้ชุมนุมที่อยู่ในขบวนใหญ่ไม่ได้ผ่าแนวกั้น แต่มีบางส่วนเกาะกลุ่มรอที่สะพานชมัยฯ ตรงทำเนียบรัฐบาล รวมทั้ง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยืนอยู่ตรงนั้น แต่ไม่ได้แจ้งให้ผู้ชุมนุมทราบว่า ขบวนเสด็จจะเสด็จผ่าน ไม่มีใครทราบและไม่มีการเคลียร์เส้นทางล่วงหน้า ต่อมาตำรวจตั้งแถวแต่ไม่ได้บอกว่าทำอะไร คำถามคือทำไมตำรวจไม่แจ้ง เพื่อเคลียร์เส้นทาง

เลิกบิดเบือนโยนบาปให้ผู้ชุมนุม

ทั้งนี้ อยากถามว่าการจัดเส้นทางมีเส้นทางสำรองหรือไม่ ถ้ามี ทำไมถึงใช้เส้นถนนพิษณุโลก เรื่องนี้รัฐบาลไม่ได้ตั้งคณะกรรมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและปล่อยให้โยนความผิดให้แก่ผู้ชุมนุม ดังนั้นพรรคก้าวไกลจึงขอยื่นญัตติด่วนขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จ ขอวิงวอนอย่านำเหตุการณ์ขบวนเสด็จมาให้ร้ายประชาชนและอยากให้รัฐบาลรับผิดชอบ

พร้อมเร่งแก้ไขรธน.อย่างเต็มที่

เวลา15.25น.พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาลได้หารือร่วมกันเมื่อวันที่ 6ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลมาหารือกันว่า ควรเดินหน้าการแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร ทั้งนี้จะมีการพิจารณาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญในเดือนพ.ย.ซึ่งการพิจารณาวาระที่1-3 น่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนธ.ค.แต่ยังประกาศใช้ไม่ได้ เพราะต้องทำประชามติก่อน โดยรัฐบาลจะเสนอร่างพรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เข้าสู่การพิจารณาของสภาในสัปดาห์หน้า หลังร่างพรบ.ดังกล่าวผ่านการพิจารณาและได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว จึงจะทำประชามติ สิ่งนี้แสดงว่าตนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เลือกนายกฯใหม่สว.โหวตด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวชี้แจงอีกว่า จากที่ได้ฟังประเด็นต่างๆการอภิปรายตลอดทั้งวัน รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด ส่วนกรณีเรียกร้องให้นายกฯลาออกจากตำแหน่งนั้น ตนได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้วถ้านายกฯลาออก จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ได้รับคำตอบว่าถ้านายกฯลาออก ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตามรัฐธรรมนูญมาตรา167 (1) ซึ่งระบุว่านายกฯ นายกฯและครม.จะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าครม.ใหม่เข้ารับหน้าที่ โดยต้องมีการเลือกนายกฯคนใหม่โดยที่ประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ซึ่งแค่เพียงเสียง ส.ส.อย่างเพียงพอ จึงต้องมี สว.ร่วมลงมติเลือกด้วย สำหรับกรณียุบสภาทำให้ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งเช่นกัน ตนจึงไม่แน่ใจว่า สส.ผู้อภิปรายต้องการหรือไม่ต้องการอะไรตรงนี้

มุ่งนำปท.เดินหน้า-ไม่ทำลายอดีต

เวลา 15.15น.พล.อ.ประยุทธ์ โพสต์ข้อความบนFacebookส่วนตัวว่า’สิ่งที่ผมมั่นใจคือ คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะมีมุมมองทางการเมืองแบบไหน แต่ทุกคนรักชาติ รักวัฒนธรรม รักรากเหง้าและคุณค่าของความเป็นไทย แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็รู้ว่าทุกคนต้องการอนาคตที่ดีสำหรับประชาชนและประเทศ ซึ่ง2เรื่องนี้คือเรื่องรักในรากเหง้าความเป็นไทยและเรื่องต้องการอนาคตที่ดีสำหรับลูกหลานเยาวชนไทย รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่ เป็น 2เรื่องที่เดินไปด้วยกันได้ เราต้องหาหนทางแก้ไขที่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น อย่างมีหลักการ มีเหตุผลและมีความถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ทำลายอดีตที่มีคุณค่าของเรา แบบนั้น เราจะได้สังคมที่แข็งแรง สังคมที่มีรากเหง้าที่ดีงามหยั่งรากลึกและก็มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

ขอขอบคุณ : แนวหน้า