November 30, 2020

อยู่มา5ปีเครียดจนชิน ‘บิ๊กตู่’ครวญ วอนช่วยทำบ้านเมืองสงบ

“บิ๊กตู่”ยืนยัน ไม่เครียด การเมืองวุ่นๆ อยู่มา 5 ปีชินแล้วขอให้ช่วยทำบ้านเมืองสงบ “อนุทิน” ลั่นไม่ทอดทิ้ง รบ.มาด้วยกันก็ไปด้วยกัน

‘อยู่มา5ปีเครียดจนชิน’ ‘บิ๊กตู่’ครวญ วอนช่วยทำบ้านเมืองสงบ

ขณะที่‘ประธานชวน’วอนสมาชิกใช้สภาฯเป็นที่แก้ปัญหาประเทศ อย่าใช้เป็นเวทีซักฟอกรบ.-ด่ากัน ไม่กังวลม็อบปิดล้อม ย้ำเปิดกว้าง แต่ต้องไร้อาวุธ-ไม่ก่อเหตุรุนแรง‘วิรัช”เผย22ตุลาคม นัดถก4ฝ่ายเคาะกรอบ-เวลา อภิปรายสมัยวิสามัญ26-27ต.ค.’ดอน’เผยหลัง’กต.’ชี้แจงทูตในไทย ไม่มีประเทศใดกังวล ไม่คุยเรื่องต่างประเทศหนุนม็อบ’กัญจนา’ชี้ถกวิสามัญเป็นผลดี วอนพูดสร้างสรรค์ ช่วยหาทางออกให้ประเทศ

เมื่อวันที่ 21ตุลาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ ศบค.ว่า “วันนี้ไปดูเรื่องเศรษฐกิจบ้างนะ หนังสือพิมพ์หน้าในๆเยอะแยะไปหน้าในๆ ข้างหน้ามีเรื่องอื่นประจำวันอยู่แล้วโอเคนะจ๊ะ ช่วยทำให้บ้านเมืองปลอดภัยนะจ๊ะบ้านเมืองของเรา”

เมื่อถามว่า จากสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้นายกฯ เครียดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า“ไม่เครียดหรอกชินแล้ว อยู่มา 5 ปีชินแล้ว เครียดจนชิน”

‘ชวน’ย้ำพูดประเด็นรบ.กำหนด

ด้าน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 26-27ตุลาคม เพื่อหาทางแก้ปัญหาทางการเมืองว่า ขั้นตอนการบรรจุระเบียบวาระการประชุมเป็นการอภิปรายทั่วไป เพื่อหาทางออกปัญหาการชุมนุมการเมือง ซึ่งรัฐบาลจะต้องเป็นผู้กำหนดประเด็นการอภิปรายตามมาตรา165 เพราะรัฐบาลเป็นผู้เสนอขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ โดยต้องรอให้มีพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมก่อนถึงจะบรรจุระเบียบวาระได้ สมมติว่ากรอบเวลาเป็นระหว่างวันที่ 26-27ตุลาคม เราก็ต้องเตรียมการไว้ โดยวันที่ 22ตุลาคมนี้ จะหารือร่วมกัน 4ฝ่าย เพื่อกำหนดเวลาให้แต่ละฝ่ายได้อภิปรายอย่างเต็มที่ โดยต้องอยู่ในประเด็นที่รัฐบาลกำหนดไว้

ไม่ใช่เปิดเวทีให้ซักฟอก-อย่าด่ากัน

“กรอบเวลา2วัน เราต้องใช้เวลาเท่าที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดและเคยแจ้งสมาชิกรัฐสภาไปแล้ว ขอให้ช่วยกันให้ความคิดเห็นต่อการแก้ปัญหาสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อให้ปัญหาทุเลาลง ซึ่งทุกคนต่างห่วงใยบ้านเมือง อย่าไปสร้างอะไรที่ซ้ำเติมสถานการณ์ในการประชุมนอกรอบที่ผ่านมา มีสมาชิกบางคนที่ไม่เห็นด้วยในการเปิดประชุมสมัยวิสามัญโดยบอกว่า เปิดแล้วไม่มีประโยชน์อย่างดีก็แค่ด่ากัน ประชาชนก็เบื่อหน่าย ผมจึงบอกสมาชิกว่า อย่างนั้นต้องไม่ทำให้เกิดความรู้สึกแบบนั้นทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือและให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่เปิดสภาเพื่อไม่ไว้วางใจหรือด่ากัน”ประธานรัฐสภา กล่าว

เมื่อถามถึง มาตรการรักษาความปลอดภัยก็ไม่จำเป็นต้องขอกำลังตำรวจหรือทหารเพิ่มเติมหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรง เพราะสภาฯเปิดกว้างให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาทำกิจกรรมได้ แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรงและปราศจากอาวุธ

‘วิรัช’นัดถก4ฝ่าย22ตค.แบ่งเวลากัน

ด้าน นายวิรัช รัตนเศรษฐ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงบ่ายวันที่ 21ตุลาคม จะมีการประชุมวิปรัฐบาลเพื่อหารือกำหนดประเด็นการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่ออภิปรายทั่วไป โดยไม่มีการลงมติ ในวันที่ 26-27ตุลาคม นี้ รวมทั้งกำหนดตัวบุคคลที่จะอภิปรายและวันที่ 22ตุลาคม2563 จะมีการหารือร่วมกันกับ 4ฝ่าย ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี (ครม.) ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านและวุฒิสภา เพื่อจัดสรรเวลาและกำหนดประเด็นอภิปราย ซึ่งจะเป็นเรื่องการชุมนุมและหาทางออกร่วมกันว่า จะแก้ไขปัญหาอย่างไรมั่นใจว่าผู้อภิปรายจะทำหน้าที่อยู่ในกรอบข้อบังคับการประชุมและเชื่อว่าทั้ง นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม จะควบคุมการประชุมให้อยู่ภายใต้กรอบข้อบังคับได้ หากมีการประท้วงจะหักเวลาของฝ่ายที่ประท้วงไปเรื่อยๆ

นายวิรัช ยังกล่าวถึงการพิจารณาศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการด้วย ว่า วันนี้จะเป็นการประชุมนัดสุดท้ายก่อนสรุปรายงานส่งไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 22ตุลาคม ตามกรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมาธิการฯเพื่อพิจารณาประกอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากเปิดประชุมสมัยสามัญในวันที่ 1พฤศจิกายน 2563

ย้ำต้องไม่พูดเรื่องปฎิรูปสถาบัน

น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สส.กรุงเพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะตัวแทนวิปรัฐบาล แถลงหลังประชุมวิปรัฐบาลที่หารือการใช้รัฐสภาประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ26-27ตุลาคม ว่า วางกรอบการอภิปรายโดยใช้เหตุผลคุยกัน ใช้ข้อเท็จจริงมาพูดคุยกัน เป็นเวทีให้สส.รัฐบาล ฝ่ายค้าน สว.และครม.ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมมองต่างๆ ส่วนกรอบเวลาอภิปรายจะหารือวันที่ 22ตุลาคมอีกครั้ง

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ผู้ช่วยเลขานุการวิปรัฐบาล กล่าวถึงประเด็นล่อแหลมในการอภิปรายว่า ไม่ได้เตรียมรับมือในเรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออย่างน้อยพรรคร่วมรัฐบาลมีจุดยืนคือ รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องสถาบัน ซึ่งฝ่ายรัฐบาลจะไม่พูดเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์และไม่ได้วางแนวทางประชุมลับไว้ แต่คงมีสมาชิกบางคนหยิบยกขึ้นมาอภิปราย

การเปิดประชุมสมัยวิสามัญครั้งนี้ คงไม่มีใครได้ 100เปอร์เซ็นต์ทุกฝ่าย แต่จะเป็นเวทีหาทางออกร่วมกัน ขอให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าวและมีจุดยืนร่วมกัน ซึ่งเป็นหนทางที่น่าจะดีที่สุดสำหรับประเทศ ส่วนจะมีการข้อสรุปร่วมกันหรือไม่ คงจะมีการพูดคุยกันในการประชุม 4ฝ่าย วันที่ 22ตุลาคมนี้ แต่เบื้องต้นยังไม่มีการบรรจุระเบียบวาระลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6ญัตติ ในการประชุมสมัยวิสามัญนี้

‘เสี่ยหนู’ไม่ทิ้งรบ.มา-ไปด้วยกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะไม่ทอดทิ้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันครับ มาด้วยกัน ไปก็ไปด้วยกัน

ทูตในไทยไม่ติดใจเรื่องการเมือง

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเชิญทูตานุทูตประเทศต่างๆที่ประจำประเทศไทย เข้าฟังการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์การชุมนุมว่า ทุกประเทศเข้าใจ ละไม่กังวล เพราะมีความเข้าใจสถานการณ์การเมืองของไทย รวมถึงยังไม่มีการประกาศแจ้งเตือนพลเมืองของตัวเอง เรื่องการเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มเติมหลังวันที่ 17ต.ค.63 มีจำนวน 6 ประเทศ ที่แจ้งเตือนให้พลเมืองหลีกเลี่ยงเข้าพื้นที่ชุมนุม ยังมองว่า ไม่มีสถานการณ์ใดตามมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนกระแสข่าวที่มีต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องกับการชุมนุมนั้น ยืนยันว่า ที่เชิญทูตานุทูตมา ยังไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบอยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศ จะไปตรวจสอบ แต่ยอมรับมีการพูดคุยว่า กระทรวงการต่างประเทศ ไม่สามารถรับรู้เรื่องลึก พร้อมเชื่อว่า ข่าวที่ิออกมามี 2ด้าน โดยอาจจะมีมูลความจริงบ้าง หรือมีการเพิ่มเติม

‘กัญจนา’หนุนเปิดเวทีหาทางออก

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์กรณี ครม.เสนอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 26-27ตุลาคม ว่า เป็นเรื่องดีที่ทุกปัญหาจะได้มีโอกาสนำมาพูดคุยกัน เพียงแต่ขอว่าเวลาพูดคุยให้เป็นการเสนอความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์ ช่วยกันชี้แนะปัญหา ไม่ใช่มาตอบโต้กันไปมา หรือทะเลาะกัน เพราะไม่เกิดผลดี ขอให้เป็นการประชุมอย่างสร้างสรรค์ ช่วยกันหาทางออกให้กับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งนี้ สส.ของพรรคจะได้มีส่วนร่วมในการให้ความเห็นเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในทางสันติวิธี อยากให้พูดกันในเวทีมากกว่าพูดกันนอกเวที ต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างแท้จริง ต้องเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน ไม่ระรานกันและในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเราก็ทำหน้าที่ของเราตามกรอบอำนาจหน้าที่ที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่

วันชัยชี้สว.ยินดีรับหลักการแก้รธน.

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว. ) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่สอง วุฒิสภา กล่าวถึงการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา165 ให้อภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ เพื่อขอความเห็นจากสมาชิกรัฐสภา ต่อปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี ว่า มีบางกระแสเรียกร้องให้นำญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างลงมติในวาระรับหลักการเข้าพิจารณาในการประชุมดังกล่าว เพราะเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหนทางที่จะช่วยแก้วิกฤตในปัจจุบันได้ อีกทั้งเป็นภารกิจที่ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถทำได้ทันที อย่างไรก็ดี ความชัดเจนเรื่องดังกล่าวต้องหารือร่วมกับ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ฐานะประธานรัฐสภาอีกครั้งว่า จะพิจารณากำหนดหรือไม่ เนื่องจากในหลักการของมาตรา165 กำหนดไว้เฉพาะเรื่องที่ ครม.นำเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาได้พิจารณาและขอความเห็นเท่านั้น

นายวันชัย กล่าวต่อว่า การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในรัฐสภาช่วงขอเปิดสมัยวิสามัญ นั้นเชื่อว่าทำได้ทันที โดยไม่รอผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ รัฐสภา ที่มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานกมธ.ฯเพราะเป็นเพียงการประกอบการตัดสินใจของสมาชิก และไม่ใช่สาระสำคัญ

เผยสว.84เสียงให้ผ่านได้แน่นอน

“เท่าที่ฟังเสียงของสว.ตอนนี้ ไม่มีใครขวางและจะลงมติรับหลักการ สว.ให้ผ่าน 84เสียงได้แน่นอน และเข้าสู่การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนเรื่องดังกล่าวต้องรอการหารือร่วมกันทุกฝ่ายอีกครั้ง ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคัดค้านหรือไม่ของประชาชนที่ลงชื่อนั้น ต้องรอให้เสร็จหรือไม่ ผมไม่ทราบ” นายวันชัย กล่าว

เมื่อถามว่ากรณีการอภิปรายอาจมีข้อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่ง นายกฯ นายวันชัย กล่าวว่า ข้อเสนอและการอภิปรายสามารถทำได้ แต่การตัดสินใจลาออกหรือไม่นั้น ฝ่ายนิติบัญญัติไม่สามารถตัดสินได้ เพราะไม่มีการลงมติ ดังนั้นควรให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯ และรมว.กลาโหม เป็นผู้พิจารณา ฝ่ายนิติบัญญัติไม่ควรก้าวล่วง อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจของสมาชิกที่ต้องการแก้วิกฤตบ้านเมือง สิ่งที่ฝ่ายนิติบัญญัติทำได้ คือ เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ขอขอบคุณ : แนวหน้า