November 26, 2020

บิ๊กตู่ ไฟเขียวเชือดสื่อบิดเบือน ลั่นต้องกำจัดผู้มีเจตนาร้ายต่อชาติ

นายกฯปลุกคนไทย “อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี” ย้ำเป็นหน้าที่ทุกคน ต้องร่วมกำจัดผู้มีเจตนาร้ายต่อประเทศ ไฟเขียวเชือดสื่อบิดเบือนข่าว ยุงยง ปลุกปั่น กระทบความมั่นคงบ้านเมือง ลั่นไม่ได้ละเมิดสิทธิ เผยทบทวนคำสั่ง พิจารณาเป็นกรณี

‘บิ๊กตู่’ฮึ่ม! ไฟเขียวเชือดสื่อบิดเบือน ลั่นต้องกำจัดผู้มีเจตนาร้ายต่อชาติ

เมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 20 ตุลาคม 2563 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงนายกฯได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลน.) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการถ่ายทอดและเครื่องเสียง ทำการเปิดเพลง “อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี” เพียงสั้นๆในช่วงที่นายกฯเดินมายังโพเดียมแถลงข่าว

นายกฯกล่าวว่า ฟังเพลงแล้วรู้สึกอะไรขึ้นมาบ้างไหม เราลูกหลานไทย คนไทย อยู่กันอย่างจงรัก ตายอย่างภักดี ถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน หน้าที่ของรัฐบาล แต่ตนก็ไปบังคับใครไม่ได้ ขึ้นอยู่กับจิตใจของพวกเราทุกคน

นายกฯ กล่าวว่า สวัสดีสื่อมวลชนทุกท่าน ตนมีประเด็นสำคัญที่ต้องการพูดกับสื่อมวลชนทุกท่านทุกคน พูดผ่านสื่อมวลชนที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลวันนี้ และส่งผ่านไปยังสื่อออนไลน์ต่างๆ สื่อทุกประเภท เรื่องสำคัญเรื่องที่มีเอกสารคำสั่งจาก ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เรื่องการตรวจสอบและระงับการออกอากาศรายการของสื่อ รวมถึงสื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาสาระกระทบต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของประเทศเมื่อวันก่อน

“ผมขอพูดอีกครั้งว่าสื่อมวลชนนั้น เป็นภาคส่วนสำคัญของสังคมไทย สื่อคือพลังที่จะสร้างความชอบธรรม สร้างสรรค์ สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับประเทศได้ บทบาทของสื่อต้องทำหน้าที่อย่างมีสิทธิเสรีภาพ และมีความเป็นกลาง สร้างคุณประโยชน์กับประเทศของเรามากมายมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกป้องผลประโยชน์ประชาชน ด้วยการเฝ้าระวังตรวจสอบสิ่งต่างๆในสังคม การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ”

“วันนี้ผมได้สั่งการมอบแนวทางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผู้ตัดสินใจออกคำสั่งเพื่อดำเนินการดังกล่าว โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทบทวนคำสั่งระงับการออกอากาศต่างๆ โดยคำนึงสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นสำคัญ ยกเว้นบางกรณีที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จบิดเบือน ยุยงปลุกปั่น ล้ำเส้น ก้าวล่วง ละเมิดสิทธิ ของผู้อื่นตามกฎหมายมาตลอด ที่มีความชัดเจน ซึ่งวันนี้จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย และดำเนินการเฉพาะเป็นเรื่องๆไป​ โดยขอให้ครั้งนี้เป็นการทำความเข้าใจ ส่วนบางอันที่จำเป็นต้องปิดตามคำสั่งก็ต้องปิด และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ผมไม่ได้ไปละเมิดใครทั้งสิ้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า หน้าที่ของตนและพวกเราทุกคนต้องช่วยกันป้องกัน กำจัดการกระทำที่มีเจตนาร้าย ความพยายามยุยงปลุกปั่นสร้างความวุ่นวาย ความแตกแยก สับสนอลหม่านภายในประเทศ นั้นคือสิ่งที่เราต้องยอมรับไม่ให้เกิดขึ้น ต้องขอความร่วมมือจากพวกเราทุกคน จากประชาชนด้วย ตนไม่ต้องการละเมิดสิทธิของใคร แต่ท่านจะต้องระมัดระวังการละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว นายกฯไม่ได้ตอบคำถามใดๆทั้งที่สื่อส่งผ่านทีมงานไป รวมถึงไม่ตอบคำถามภายในห้องแถลงที่ถามต่อเนื่องถึงคำสั่งศาลมีคำสั่งปิดแพลตฟอร์มของสื่อบางสำนักแล้วว่าถือว่าสิ้นสุดแล้วหรือยัง

นายกฯ กล่าวเพียงว่า ได้พูดครบไปแล้ว จากนั้น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง มาแถลงข่าวมาตรการรัฐบาลในการช่วยเหลือลูกหนี้สถาบันการเงินต่างๆ

 

ขอขอบคุณ : แนวหน้า