November 24, 2020

มวลน้ำทะลักท่วมหมู่บ้านตรัง ผู้ว่าฯระดมจนท.แก้ไขด่วน

14 ตุลาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่บริเวณพนังกั้นน้ำหมู่ที่ 1 ต.หนองตรุด อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นจุดก่อสร้างประตูน้ำโครงการคลองลัดน้ำหนองตรุดแตก กระแสน้ำไหลเชี่ยวท่วมบ้านเรือน

ล่าสุดจากตรวจสอบพื้นพบว่า จุดเส้นทางถนนสายหนองตรุด-บ้านหลังเขา ที่ใช้สัญจรไปมาผ่านตำบลหนองตรุด จากตัวเมืองตรังไปยัง ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำไหลผ่านจากพนังกั้นน้ำที่แตกลงไปสู่พื้นที่ด้านล่าง พบว่ายังคงมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวแรงอย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณระดับน้ำยังทรงตัวในพื้นที่บ้านเรือนของชาวบ้านลดระดับลงเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงมีชาวบ้านแวะเวียนกันมาตรวจระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะหวั่นใจกลัวน้ำทะเลหนุนเพิ่มและยังคงมีฝนตกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งชาวบ้านที่มีบ้านใกล้ริมฝั่งแม่น้ำต่างยกของขึ้นไว้บนที่สูงและนำสัตว์เลี้ยงขึ้นไว้ที่ปลอดภัย

อย่างไรก็ตามพื้นที่หมู่ 4 ต.บางรัก อ.เมือง ที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมเข้าบ้านเรือน จนต้องย้ายมาอาศัยอยู่ในเต็นท์ บนถนนสาย ตรัง-สิเกา ซึ่งต้องอาศัยหลับนอนในเต็นท์เป็นการชั่วคราวก่อน พร้อมกำลังปรุงอาหารเพื่อเตรียมกินข้าวมื้อเย็นอีกด้วย ส่วนระดับน้ำในตอนนี้น้ำเริ่มลดระดับลงบ้างแล้ว

คุณตาตามนิต ท่าจีน อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ม.4 ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง บอกว่า ตอนนี้น้ำกัดเท้าเป็นแผลหมดแล้ว เพราะต้องเดินลุยน้ำขนของ ซึ่งระดับน้ำตอนนี้ลดระดับลงบ้างแล้ว และคืนนี้ก็ต้องนอนจุดอพยพบนถนนไปก่อน เพราะไม่สามารถเข้าบ้านได้

ทั้งนี้ ที่ศาลากลางจังหวัดตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมด่วน ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดตรัง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เมือง บริเวณจุดพนังกั้นน้ำแตกที่ ม.1 ต.หนองตรุด

ด้าน นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า เราก็ได้รับแจ้งจากทางนายอำเภอเมืองตรัง ว่ามีพี่น้องประชาชนแจ้งว่า ตรงคันดิน ม.1 ต.หนองตรุด อ.เมืองตรัง ซึ่งเป็นสถานที่ก่อสร้างของโครงการชลประทานระบบระบายน้ำของแม่น้ำตรัง ของสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 11 เกิดพังเข้ามา ซึ่งจริงๆแล้วโครงการนี้ที่คันดินพังก็จะเป็นปากทางของโครงการอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้โครงการสร้างยังไม่เสร็จเหตุที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่าปริมาณฝนตกที่จังหวัดตรังทุกอำเภอ ตกเฉลี่ยประมาณ 60-80 มิลลิเมตร ต่อวัน

ซึ่งเราได้รับแจ้งว่ามีสถานการณ์น้ำท่วมประมาณ 6 อำเภอที่มีประชาชนมีความเดือดร้อน และในส่วนที่มีปัญหาที่เกิดคันดินพังน้ำทะลักมา จึงอยากให้ทางชลประทานได้ชี้แจงว่าที่พังลงมาจะเกิดผลกระทบในจุดไหนบ้าง ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือเพื่อได้ชี้แจงหาสาเหตุต่อไป ส่วนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่อำเภอเมืองมีจำนวน 30 ครัวเรือน ซึ่งได้รับการช่วยเหลือเป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้อพยพประชาชนไปอยู่ที่ปลอดภัย พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราดูแลพี่น้องที่ประสบภัยอย่างใกล้ชิด

ส่วนทางด้านนายรุทร์ อินนุพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 11 บอกว่า จากกรณีที่พนังกั้นน้ำแตกพัง ทางชลประทานเร่งสำรวจพื้นที่ลุ่มที่ชาวบ้านเดือดร้อน จะทำการทำคันดินและสูบน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำช่วงปลายน้ำเพื่อช่วยเร่งระบายมวลน้ำลงสู่ทะเล

ทั้งนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้กำชับท้องที่ให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชม.ให้แก่พี่น้องประชาชนได้แจ้งมาได้ตลอด และในวันพรุ่งนี้(14 ต.ค.)ทางอธิบดีกรมประทานลงมาสำรวจพื้นที่ด้วยตนเอง

ขอขอบคุณ : แนวหน้า