October 25, 2020

“อนุทิน” รับปากไม่หักงบบัตรทอง หาทางอื่นนำเงินเข้า งบกลางฯ สู้โควิดแทน

อนุทิน'ชงข้อมูลด้านสาธารณสุขถึงมือนายกฯแล้วก่อนเคาะคงพรก.ฉุกเฉิน ...

กลุ่มคนรักประกันสุขภาพ นำโดยนายนิมิตร์ เทียมอุดม และนายสมชาย กระจ่างแสง เข้าพบและยื่นหนังสือถึงต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอยู่ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บอร์ด สปสช. ด้วย เพื่อคัดค้านกรณีรัฐบาลจะตัดงบประมาณ สปสช. หรือ บัตรทอง 2,400 ล้านบาท เพื่อเกลี่ยให้มาอยู่ในงบกลาง สำหรับรับมือกับโควิด-19 และส่งหนังสือให้ถึงนายกรัฐมนตรีด้วย โดยให้เหตุผล 2 ข้อคือ

1.งบบัตรทอง จำนวน 2,400 ล้านบาทคือเงินในส่วนค่าบริการทางการแพทย์สำหรับผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 49 ล้านคน เป็นรายจ่ายประจำที่เป็นไปเพื่อการจัดสวัสดิการแห่งรัฐหรือค่าใช้จ่ายรายหัวตามสิทธิพื้นฐานจากการบริการของรัฐที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน อันเป็นหลักการสำคัญที่จะไม่นำงบประมาณส่วนนี้ไปจัดทำร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณ รวมถึงงบของกระทรวงสาธารณสุข 938.4 ล้านบาทที่เป็นงบลงทุน ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลและการรักษาผู้ป่วย ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในการสัมมนาหรือฝึกอบรม หากดึงออกไปจะกระทบกับโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศและคุณภาพในการรักษาผู้ป่วยโดยรวม

2.ภายใต้วิกฤตโควิด -​19 ที่ประชาชนเข้าโรงพยายาลน้อยลง เพราะได้รับคำแนะนำให้ชะลอการเข้ารับการรักษาพยาบาล อีกทั้งมีมาตรการเพื่อลดความแออัดรองรับกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่า ภาระโรคหรือภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประชาชนจะลดน้อยลงไป ทางเครือข่ายฯ ยังเรียกร้องให้การใช้จ่ายงบประมาณต่างๆตาม พ.ร.บ.โอนเงิน และ พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับเป็นไปอย่างเปิดเผยโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง

นายนิมิตร์ กล่าวหลังการเข้าพบนายอนุทิน ว่า พอใจการพูดคุยวันนี้ ที่ผู้รับผิดชอบตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจว่า ยังไงเสียก็ไม่อยากให้มีการโอนเงินจากบัตรทองไป ส่วนจะไปหาเงินที่ไหนมาจ่าย นายอนุทินกับทางปลัดกระทรวง จะต้องไปเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติ ซึ่งภาคประชาชนจะติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้และจะดูว่าโอนเข้างบกลางไปจริงเท่าใด

เบื้องต้นได้ข้อสรุปเป็นหลักการร่วมกันคือ ในไตรมาสที่ 3 และ 4 เงินสมทบรายหัวในบัตรทอง จะไม่ถูกแตะต้อง ยังจะได้รับจำนวนเท่าเดิม เพื่อไม่ให้กระทบกับสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการรักษาพยาบาล

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : sanook