October 27, 2020

‘บิ๊กตู่’ย้อนถาม’วันนี้ผมทำผิดอะไร’ ขู่ประกาศ’เคอร์ฟิว’หากสถานการณ์บานปลาย

‘บิ๊กตู่’ประกาศชัดไม่ลาออก ย้อนถาม”วันนี้ผมทำผิดอะไร” พร้อมชี้แจงเหตุผลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกทม. เตือนม็อบใช้โมเดลฮ่องกงเศรษฐกิจพังพินาศแน่ ยอมรับมีแผนใช้”เคอร์ฟิว”แต่ยังไม่ประกาศตอนนี้

 

 

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.63  ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นำรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดพิเศษ  ว่า ที่ประชุมครม. นัดพิเศษ ได้เห็นชอบประกาศคำสั่งต่างๆ ที่ออกมาตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งย้ำว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ร้ายแรง เพราะจากสถานการณ์ที่ทุกคนทราบดีว่าเกิดอะไรบ้างในประเทศขณะนี้

“ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยความมุ่งหมายจำเป็นต้องดำเนินการไม่ให้มีสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคย เกิดขึ้นมาก่อน โดยหลังจากที่ประชุมเห็นชอบในวันนี้ก็จะนำเข้าที่ประชุมครม.ชุดใหญ่ต่อไป เพื่อทำให้ครบถ้วนตามกฎหมาย สิ่งสำคัญมีข้อกำหนดหลายประการทั้งการห้าม การให้กำลังเจ้าหน้าที่ตรวจค้นหรือจับกุม ซึ่งที่ผ่านมาใช้กฎหมายปกติ แต่วันนี้ใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว”นายกฯ กล่าว

และว่า อยากให้เข้าใจสาระสำคัญของกฎหมายทั้งการห้ามการชุมนุม การตรวจค้นผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่มีอำนาจพ.ร.ก. ย้ำว่า รัฐบาลมุ่งหวังให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ ขณะเดียวกันวานนี้(15 ต.ค.) ได้พบปะหารือพูดคุยฝ่ายเศรษฐ ในการเดินหน้าทั้งเศรษฐกิจภายในประเทศและภายนอกที่ขณะนี้เดินหน้าทุกอย่างมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์ที่ผ่านมาเรียบร้อย มาโดยตลอด แต่เมื่อสถานกาณร์ไม่ปกติเกิดขึ้นจึงจำเป็น

อย่างไรก็ตามหวังว่าจะใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้สั้นที่สุดอย่างน้อย 30 วันหรือน้ยกว่านั้นถ้าสถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วยืนยันไม่ มุ่งหวังทำร้ายใครแต่ที่ผ่านมาจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ถูกทำร้ายและถูกขัดขวางการปฏิบัติงานทั้งสิ้น แสดงให้เห็นว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบสุข สร้างความมีเสถียภาพ สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือผู้บริสุทธิ์ต่างๆ ซึ่งวันนี้ใครบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ก็รู้กันอยู่ ขณะเดียวกันได้ให้แนวทางปฏิบัติผู้รับผิดชอบทั้งรัฐมนตรีและผบ.ตร. ทั้งนี้ขอให้ทุกคนระมัดการบังคับใช้กฎหมายนี้ด้วย ซึ่งวันนี้พ.ร.บ.ชุมนุมเดิมไม่ได้ใช้แล้ว แต่กฎหมายนี้มีอำนาจครอบคลุมทุกอย่าง ขอเตือนอย่าทำผิดกฎหมาย ถ้าทำผิด ต้องใช้กฎหมายดำเนินการ ซึ่ง ประเทศทุกประเทศอยู่ด้วยกฎหมายหากบอกว่าถูกละเมิดสิทธิต้องขอถามกลับด้วยว่า สิ่งที่ทำอยู่ละเมิดสิทธิคนอื่นด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งวานนี้มีภาคธุรกิจได้ร้องเรียนมากับตนจำนวนมาก ดังนั้นในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ไม่สามารถปล่อยไปได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันฝากสื่อด้วยวันหน้าหากใครทำข่าวในพื้นที่ชุมนุมขอให้ติดปลอกแขนด้วยว่ามาจากสื่อใด ถ้าไม่ติดไม่ให้เข้าพื้นที่ ซึ่งสื่อต้องช่วยกันในการ รักษาความสงบเรียบร้อยด้วยอย่าให้บางฝ่ายมีการถ่ายภาพแล้วนำไปทำให้สับสนอลหม่าน เพราะจะเห็นว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้กำลัง แต่ถูกขัดขวางการทำงาน จึงถามจะอยู่กันแบบนี้หรือ ถ้าให้รัฐบาลทำอย่างดียวก็จะเดินหน้าไม่ได้ ยืนยันว่าในเรื่องการเมืองหรือเรื่องในสภา ซึ่งตามขั้นตอนอีกไม่กี่วันก็จะมีการเปิดประชุมสภาก็ขอให้ว่ากันตรงนั้น รวมถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ

“ขอย้ำว่า รัฐบาลสนับสนุนให้ดำเนินการอยู่แล้ว จึงขอเตือนทุกคนอย่าทำผิกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้สื่อโซเชียลที่บิดเบือน ซึ่งนักข่าวเองก็มีการใช้ต้องระมัดระวังด้วย ขณะเดียวกันวันนี้พรรค รองนายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาครบทุกคน และมีมติเห็นชอบบังคับใช้กฎหมายนี้ ขอฝากทุกคนช่วยให้การสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาต่างๆ ด้วย ขณะเดียวกันในส่วนของนิสิตนักศึกษาฝาก ผู้ปกครอง ช่วยดูแล อย่างถึงที่สุดเพราะไม่อยากให้เกิดผลกระทบกับใคร ซึ่งอันตรายเพราะไม่ทราบวัตถุประสงค์ของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง”นายกฯกล่าว

เมื่อถามว่า ถ้าสถานการณ์ลุกลามปานปลายถึงขั้นจำเป็น ต้องประกาศเคอร์ฟิวเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีอยู่ในกำหนด แต่ยังไม่ประกาศ ยังไม่ใช่ตอนนี้ พร้อมย้อนถามสื่อว่า “อยากประกาศไหม” เมื่อถามย้ำว่าลุกลามบานปลายจะไปถึงขั้นประกาศกฎอัยการศึกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ไปถึงตรงนั้น

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีบางฝ่ายมองไปถึงขั้นการปฏิวัติรัฐประหารเพราะสถานการณ์มีความแหลมคมมากขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พูดซ้ำซากอยู่แต่เรื่องนี้ ปฏิวัติรัฐประหาร ยังไม่คิดถึงตรงนั้นโอ้ย เมื่อถาม ถึงกระแสข่าวรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไปอีกไกล

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ารนัดชุมนุมอีกครั้งที่แยกราชประสงค์ ในช่วงเย็นของวันนี้ นายกฯ กล่าวว่า ก็คอยดู อย่างไรก็ตามตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอยู่แล้ว สื่อก็ต้องช่วยกันไม่ใช่เสนอข่าวออกมาให้เกิดผลกระทบซึ่งกันและกัน แล้วเจ้าหน้าที่โดนกระทำทั้งหมดไม่เคยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กันเลย

นอกจากนี้นายกฯ ยอมรับว่า ได้มีการชี้แจงกับต่างประเทศมาโดยตลอดว่าเจ้าหน้าที่กำลังอย่างละมุนละม่อมและเบาที่สุดไม่ได้ละเมิดกฎหมาย แต่ถ้าใครละเมิดกฎหมายก็อยู่ไม่ได้ เข้าใจคำว่าประเทศชาติและประชาชนหรือไม่ ส่วนการรับฟังความคิดเห็นก็ทำมาโดยตลอด และทุกอย่างก็นำเข้าสู่กระบวนการ ส่วนที่นักวิชาการอยากให้รัฐบาลจริงใจเปิดเวที พูดคุยและรับฟังความคิดเห็นนัน้ อยากถามว่า ตนไม่จริงใจตรงไหน และขอถามกลับไปว่าเขาไม่จริงกับตนหรือไม่ และตนเป็นนายกฯ ที่รับฟังมากที่สุดแล้ว

เมื่อถามว่า นายกจะไม่ลาออกตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเสียงหนักแน่นว่า “ไม่ลาออก” ส่วนที่หลายคนมองว่าแบบฮ่องกงโมเดลไปแล้ว นายกฯ กล่าวว่า “โธ่ แล้วฮ่องกงโมเดลวันนี้เป็นไงบ้าง เศรษฐกิจเสียหายพังพินาศหมด ซึ่งฮ่องกงสังคมนิยมประชาธิปไตย แต่เราเป็นประชาธิปไตย ก็ต้องทำให้ดีที่สุด แล้วถามว่าทุกคนเป็นคนไทยหรือเปล่า ที่นั่งกันอยู่ตรงนี้ เป็นคนไทยหรือไม่ ประเทศของท่านไหม คิดว่าไม่ใช่ของตนคนเดียว”

เมื่อถามว่าในขณะนี้นายกมั่นใจว่าจะทำให้ประเทศสงบเรียบร้อยเหมือนตอนที่เข้ามาใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “แล้วไม่สงบเพราะใคร แล้ววันนี้ผมทำความผิดอะไรหรือ ผมผิดอะไรหรือตอนนี้”

ผู้สื่อจึงซักต่อว่า อาจมีการมองว่านายกฯ อยู่นานและอาจจะนานต่อไปอีก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัธโธ่ เคยเข้าวัดฟังพระสวดไหม พระอภิธรรม 4 จบ

เมื่อสื่อกล่าวว่า นายกฯ คิดว่าการสวดมนต์กับแผ่เมตตาควรทำอะไรดีกว่ากันในตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ทำหมดทุกอย่างและอโหสิกรรม ไม่ให้ร้ายใคร แต่ก็อย่าประมาทชีวิต เราพร้อมจะตายทุกโอกาสเรากำหนดไม่ได้ อย่าประมาท ไม่ตายวันนี้เรามีโอกาสตายทั้งหมด พร้อมตายในทุกวัน

เมื่อถามว่า สุดท้ายนี้อยากฝากอะไรถึงม็อบ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า” ขอร้อง ไม่อยากให้ใครต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายทั้งสิ้น ขอให้รักแผ่นดินเกิดของท่านให้มากแค่นั้นเอง”นายกฯกล่าว

 

ขอขอบคุณ : แนวหน้า